“โกลเบล็ก” เปิดโผ 5 หุ้นเด่นรับกระแส iPhone ใหม่
บล.โกลเบล็ก (GBS) แนะจับตา 5 หุ้น COM7, SYNEX, SPVI, CPW และ ADVICE ที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากกระแสการเปิดตัวสมาร์ทโฟน iPhone รุ่นใหม่ 3 รุ่น พร้อมประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,560-1,600 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ย FED ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และหนี้ครัวเรือนไทยที่พุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย หรือ SET Index ในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,560-1,600 จุด โดยตลาดยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนยังต้องจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน ว่า
นักลงทุนควรเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับ โดยเฉพาะหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากกระแสการเปิดตัวสมาร์ทโฟน iPhone รุ่นใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ COM7, SYNEX, SPVI, CPW และ ADVICE
FED - ตะวันออกกลาง กดดันตลาด
ปัจจัยลบที่ยังต้องจับตา ได้แก่ ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ล่าสุด ซึ่งระบุว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 53.1% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นจาก 27.2% ในสัปดาห์ก่อน
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มยกระดับขึ้น โดยกองทัพเรืออิหร่าน (IRGC) เข้าโจมตีและหยุดเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนระบุว่า เครื่องบินรบซาอุดีอาระเบียได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ 40 ครั้งใน 3 จังหวัดของเยเมนภายใน 24 ชั่วโมง
อีกด้านหนึ่ง สงครามการค้าเริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้หน่วยงานรัฐของสหรัฐฯ ถอดสินค้าแคนาดาออกจากสัญญาจัดซื้อภาครัฐ
หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงสุดรอบ 17 ปี
สำหรับปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตา คือภาระหนี้ครัวเรือนไทย โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจล่าสุดว่า ภาระหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น 7.3% แตะระดับ 794,945.49 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 17 ปี
บอนด์ยีลด์ลด ช่วยพยุงตลาด
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงตลาด โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.93% ช่วยคลายความกังวลเรื่องต้นทุนการกู้ยืม
นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 6 ต่อ 3 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ตามคาด
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกแถลงการณ์สยบข่าวลือกรณีผู้นำจีนและผู้นำแอฟริกาใต้ล้มป่วยหลังการประชุม BRICS ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ
เปิดปฏิทินเศรษฐกิจ จับตาตัวเลขสำคัญ
- สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะนี้ ในประเทศจะมีการแถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในสัปดาห์ที่ 3 ส่วนสัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์จะแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ และ ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกยานยนต์
- วันที่ 28 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยกรณีการใช้บาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง และวันที่ 30 ก.ย. ธปท. จะรายงานภาวะเศรษฐกิจ ส่วนสัปดาห์ที่ 5 จะมีการแถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และวันที่ 28 ต.ค. มีกำหนดการประชุม กนง. ครั้งถัดไป
- ด้านต่างประเทศ วันที่ 21 ก.ย. ธนาคารกลางจีนประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR และสหรัฐฯ รายงานดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
- วันที่ 22 ก.ย. อียูรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้น ขณะที่วันที่ 23 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานดัชนี PMI และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ปิดท้ายวันที่ 24 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB